Insight แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง
เจ้าของธุรกิจมักบอกผมว่าลองมาหมดแล้ว จ้างคนเพิ่ม งานก็ยังวนกลับมาที่ตัวเอง ซื้อระบบใหม่ ทีมก็ยังทำแบบเดิม ลง AI ตัวเลขก็ไม่ขยับ
ทุกวิธีมีเหตุผล แต่ไปแก้ที่อาการ ธุรกิจที่ติดปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้ขาดเครื่องมือ งบ หรือคน สิ่งที่ขาดคือ Insight ที่ครบพอจะเห็นต้นเหตุ
ทำไมเปลี่ยนแล้วไม่ติด
ในงาน Transformation กว่า 15 ปี ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงพังเพราะคนไม่เก่งน้อยมาก ส่วนใหญ่พังหลังจบโปรเจกต์ ตอนที่ทุกคนกลับไปทำแบบเดิม ที่กลับไปก็เพราะกลยุทธ์ไม่ได้ตอบโจทย์ใครครบสักคน เจ้าของอยากไปทางหนึ่ง ลูกค้าต้องการอีกอย่าง ทีมพร้อมแค่ครึ่งเดียว เงินกับเวลาก็ไม่พอ แผนแบบนี้ต้องฝืนทำ และของที่ต้องฝืนอยู่ได้ไม่นาน
Insight หน้าตาเป็นอย่างไร
Insight คือช่วงที่เราเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามาตลอดแต่ไม่เคยมองออก แล้วทุกอย่างก็เรียงตัวใหม่ ข้อมูลหรือรายงานหลายสิบหน้าจึงยังไม่ใช่ Insight
ที่ผมชอบที่สุดในงานที่ปรึกษาคือตอนที่เจ้าของตาว้าวเพราะเห็นทางออก แล้วไปทำจริง เราไปถึงตรงนั้นได้เพราะมองด้วยกันจนครบทุกมุม
แล้ว AI อยู่ตรงไหน
AI ตอบได้ดีเมื่อเราถามถูกคำถาม ถ้ายังไม่รู้ว่าปัญหาจริงอยู่มุมไหน AI ก็แค่ช่วยให้ทำเรื่องที่ผิดได้เร็วขึ้น ผมจึงเริ่มจาก Insight ก่อน แล้วค่อยใช้ AI ตรงจุดที่คุ้มที่สุด
ห้ามุมก่อนวางกลยุทธ์
ผมใช้กรอบ The Five Insights ดูห้ามุมนี้ให้ชัดก่อน
- ผู้นำ เจ้าของอยากได้อะไรจากธุรกิจ และจากชีวิตตัวเอง
- ลูกค้า คนที่เราสร้างคุณค่าให้ต้องการอะไรจริง
- ตลาด สนาม คู่แข่ง และจังหวะเวลากำลังไปทางไหน
- ทีม คนของเราทำอะไรได้ อยากไปทางไหน และติดอะไรอยู่
- ทรัพยากรและข้อจำกัด มีอะไรอยู่จริง และข้อจำกัดข้อไหนขยับได้
มุมไหนยังไม่ชัด กลยุทธ์ที่ดูดีแค่ไหนก็แก้ได้แค่ฉากหน้า ครบห้ามุมแล้ว ผู้นำยังต้องอยากลุยทางนั้นจริง เพราะเป้าหมายที่ผู้นำไม่ตื่นเต้นด้วยจะไม่บ้าพอพาเขาผ่านช่วงยาก และทุกธุรกิจมีช่วงยากเสมอ กลยุทธ์ที่ผ่านทั้งสองข้อนี้ผมเรียกว่ากลยุทธ์ที่จุดไฟ
ถ้าตอนนี้ติดอยู่ ลองตอบห้าข้อข้างบนแบบตรงไปตรงมา ข้อที่ตอบยากที่สุดมักเป็นจุดที่ปัญหาซ่อนอยู่ อยากให้ผมช่วยดูด้วยก็นัดคุยกันได้ที่นี่